วันที่นำเข้าข้อมูล 23 ก.พ. 2558
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
เมื่อวันที่ ๙ ก.พ. ๒๕๕๘ นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้งได้จัดการพบหารือระหว่างคณะผู้แทนรัฐยะไข่นำโดยประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมนายติน อ่อง อู กับนักธุรกิจไทยในเมียนมาร์จากหลายสาขาธุรกิจ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าไปทำการค้าและลงทุนในรัฐ ยะไข่ การพบหารือในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่เอกอัครราชทูตฯ ได้เดินทางไปเยือนรัฐยะไข่ช่วงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้พบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐฯ รวมทั้งมุขมนตรี และภาคเอกชน เกี่ยวกับโอกาสและความเป็นไปได้ที่ธุรกิจไทยจะเข้าไปประกอบการในรัฐยะไข่
รัฐยะไข่มีศักยภาพสูงพร้อมที่จะรองรับภาคธุรกิจของไทย แม้จะเป็นรัฐที่อยู่ห่างไกลจากประเทศไทยก็ตาม เนื่องจากอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมียนมาร์ ทั้งนี้ รัฐยะไข่มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีแรงงานคุณภาพและค่าแรงไม่สูงนัก ได้รับสิทธิพิเศษทางศุลกากร (GSP) ที่สหภาพยุโรปให้แก่เมียนมาร์ และมีความได้เปรียบในด้านภูมิศาสตร์เชื่อมโยงไทย-เมียนมาร์-อินเดีย รัฐยะต้องการให้ไทยไปลงทุนในหลายสาขาธุรกิจ อาทิ (๑) ภาคการเกษตรที่ขาดเทคโนโลยีและเครื่องจักรทันสมัยในการเพิ่มผลผลิต/มูลค่าเพิ่มของสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำฟาร์มกุ้งกุลาดำ และการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกด้วยปุ๋ยและเมล็ดพันธ์ที่มีคุณภาพ (๒) ภาคการท่องเที่ยวที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้ามาร่วมทุนเพื่อพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและภูมิประเทศที่มีความสวยงามของรัฐยะไข่ นอกจากนี้ รัฐยะไข่มีนโยบาย/กฎหมายที่สนับสนุนการลงทุนของต่างชาติ มีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาอาทิ ไฟฟ้าและถนน ตลอดจนมีเขตอุตสาหกรรม Ponakyon และเขตเศรษฐกิจพิเศษ Kyauk Phyu ที่สามารถรองรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้
การจัดการพบหารือระหว่างนักธุรกิจไทยกับคณะผู้แทนรัฐยะไข่ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง เพื่อขยายเครือข่ายและผลักดันผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของไทยในเมียนมาร์ เป็นการเพิ่มพูนความเข้าใจและโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายธุรกิจเข้าไปในตลาดใหม่ ๆ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบรรดานักธุรกิจไทยในเมียนมาร์ และมีผู้ประกอบการหลายรายที่แสดงความสนใจเข้าไปดำเนินธุรกิจในรัฐยะไข่ในอนาคต
รูปภาพประกอบ