ชุมชนไทยในเมียนมาร์ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ

ชุมชนไทยในเมียนมาร์ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ

วันที่นำเข้าข้อมูล 16 ส.ค. 2558

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 1,094 view

เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้จัดงานเลี้ยงรับรองเพื่อฉลองโอกาสที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๗ จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

สมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้คัดเลือกให้ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ได้รับรางวัลประจำปี ๒๕๕๗  ในประเภท อาคารสถาบันและอาคารสาธารณะ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่อาคารของไทยและปัจจุบันเป็นอาคารของไทยแห่งเดียวที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานวโรกาสให้คณะผู้แทนเข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๖-๒๕๕๗ โดยนายนรชิต สิงหเสนี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานรางวัลดังกล่าวในนามของกระทรวงการต่างประเทศ

ออท. พิษณุ สุวรรณะชฎ ได้กล่าวกับทีมประเทศไทยและชุมชนไทยในเมียนมาร์ที่มาร่วมงานว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ มีความภาคภูมิใจและถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งสะท้อนถึงความเอาใจใส่ดูแลของอดีตเอกอัครราชทูตทุกท่านและครอบครัวที่พำนักอยู่ในบ้านหลังนี้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ในทุกสมัย ที่ได้ช่วยกันอนุรักษ์และดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติหลังนี้ ซึ่งมีคุณค่ามากกว่าการเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลไทย แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ อาคารหลังนี้เป็นที่รับรองบุคคลสำคัญและคณะทูตานุทูต รวมทั้งเป็นสถานที่จัดงานรัฐพิธีต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญที่สุดคือเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานแก่ ฯพณฯ นายวิน หม่อง ประธานาธิบดีพม่าในขณะนั้น เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๐๓ ในการเสด็จเยือนพม่า (ชื่อประเทศในขณะนั้น) อย่างเป็นทางการ

ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีมาโดยตลอดและนับเป็นอาคารที่ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นอาคารสมัยอาณานิคมทรงทิวดอร์ที่มีอายุกว่าร้อยปี และรัฐบาลไทยได้ซื้ออาคารหลังนี้เมื่อปี ๒๔๙๑ ซึ่งเป็นปีที่ไทยและเมียนมาร์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน  อาคารหลังนี้จึงเปรียบเสมือนทั้งจุดเริ่มต้นและรากฐานที่มั่นคงในการดำเนินความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาร์ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศตลอดไป

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ