วันที่นำเข้าข้อมูล 7 ต.ค. 2559
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 1 เม.ย. 2565
ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙ นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้นำคณะเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และภาคเอกชน เดินทางสำรวจพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมโยงกับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนบ้านห้วยต้นนุ่น – ด่านแม่แซะ (BP13) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในพื้นที่สำหรับการยกระดับจุดผ่อนปรนฯ เป็นจุดผ่านแดนถาวร รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ชายแดนตามแนวเส้นทางถนนที่เชื่อมโยงระหว่าง จ.แม่ฮ่องสอนของไทยกับเมืองลอยก่อในรัฐคะยาของเมียนมาร์ต่อไปในอนาคต
เอกอัครราชทูตพิษณุฯ และคณะได้ข้ามแดนจาก จ.แม่ฮ่องสอนไปยัง อ.แม่แซะผ่าน BP13 เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ หลังจากนั้น จึงได้เดินทางโดยรถยนต์ต่อไปยังเมืองลอยก่อ ระหว่างการเดินทาง คณะตระหนักถึงศักยภาพของพื้นที่ตลอดสองข้างทางทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น BP13 ยังสามารถเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับกรุงเนปิดอว์ รวมทั้งเมืองอื่น ๆ ในเมียนมาร์ที่อยู่เหนือขึ้นไป อาทิ เมืองมัณฑะเลย์และเมืองตองจี ซึ่งทั้งสองเมืองต่างก็เป็นเมืองใหญ่ที่มีโอกาสทางธุรกิจมหาศาล
นอกเหนือจากการสำรวจเส้นทาง เอกอัครราชทูตพิษณุฯ ยังได้พบกับนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๙ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและระหว่างผู้คนของทั้งสองฝั่งผ่าน BP13 ในขณะเดียวกัน ยังได้ให้ความสำคัญต่อความท้าทายต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมที่เพิ่มขึ้น อาทิ การค้ามนุษย์ สำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ เอกอัครราชทูตพิษณุฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดพิพัฒน์ฯ ยังได้ร่วมกันแสวงหาแนวทางในการเพิ่มความร่วมมือระหว่าง จ.แม่ฮ่องสอนกับรัฐคะยาในด้านสาธารณสุข การศึกษา และการท่องเที่ยว
ในลอยก่อ เอกอัครราชทูตพิษณุฯ ได้มีโอกาสพบกับนายแอล เพา โซ มุขมนตรีรัฐคะยา สมาชิกรัฐบาลและรัฐสภารัฐคะยา และผู้ประกอบการท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๙ ในการประชุมร่วมกัน เอกอัครราชทูตพิษณุฯ ได้ย้ำความตั้งใจของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง จ.แม่ฮ่องสอนกับรัฐคะยา ด้วยการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนพื้นที่ชายแดนเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนของทั้งสองฝ่าย ในตอนเย็น มุขมนตรีรัฐคะยายังได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่คณะ ซึ่งนับเป็นเครื่องสะท้อนถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับเมียนมาร์
รัฐบาลไทยเห็นด้วยกับรัฐบาลเมียนมาร์ตามที่นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ได้เคยกล่าวไว้ว่า พื้นที่ชายแดนของระหว่างสองประเทศมีไว้สำหรับแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาระหว่างกัน ไม่ใช่สำหรับนำไปใช้แบ่งแยกและกีดกันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวประเทศไทยจึงมีพันธะกรณีที่จะสร้างความเชื่อมโยงและส่งเสริมกิจกรรมความร่วมมือในพื้นที่ชายแดนกับหุ้นส่วนความร่วมมือต่าง ๆ ในเมียนมาร์
* * * * *
รูปภาพประกอบ